แบตเตอรี่ สำหรับโซล่าเซลล์
แบตเตอรี่สำหรับระบบโซล่าเซลล์
แบตเตอรี่โซล่าเซลล์ที่นิยมใช้งานมีอยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่:
1. แบตเตอรี่ลิเธียม (Lithium Battery)
- เป็นแบตเตอรี่ชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง จ่ายไฟแรง และเสถียร
- มีอายุการใช้งานยาวนาน 5-10 ปี
- ทนความร้อนได้ดี ชาร์จไฟเร็วเต็มไว
- น้ำหนักเบา ดูแลรักษาง่าย
- ราคาค่อนข้างสูง
2. แบตเตอรี่ดีฟไซเคิล (Deep Cycle Battery)
- แบตเตอรี่ชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับระบบโซล่าเซลล์โดยเฉพาะ
- มี 2 ประเภท : แบบน้ำ (Flooded) และแบบแห้ง (Maintenance Free)
- จ่ายกระแสไฟสูง ทนทาน ใช้งานได้นาน 3-5 ปี
- ราคาถูกกว่าแบตเตอรี่ลิเธียม
ประเภทของแบตเตอรี่ Deep Cycle
- แบบน้ำ (Flooded):
- ราคาถูกที่สุด
- ต้องเติมน้ำกลั่นเป็นประจำ
- ดูแลรักษายาก
- เหมาะกับพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
- แบบแห้ง (Maintenance Free):
- ราคาแพงกว่าแบบน้ำ
- ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น
- ดูแลรักษาง่าย
- ใช้งานได้หลากหลาย
การเลือกแบตเตอรี่โซล่าเซลล์
- ขึ้นอยู่กับขนาดระบบ โหลดไฟฟ้า งบประมาณ และความต้องการใช้งาน
- แบตเตอรี่ลิเธียมเหมาะกับระบบขนาดเล็ก ต้องการความสะดวก ใช้งานระยะยาว
- แบตเตอรี่ Deep Cycle เหมาะกับระบบขนาดใหญ่ ต้องการประหยัดงบ
แบตเตอรี่ลิเธียม (Lithium Battery)
ชนิดของแบตเตอรี่ลิเธี่ยมมี 6 ชนิดหลักๆ ได้แก่
1.แบตเตอรี่ลิเธี่ยม ไอออน ฟอสเฟต (Lithium Ion Phosphate : LFP)
2.แบตเตอรี่ลิเธี่ยม โคบอลต์ ออกไซด์ (Lithium Cobalt Oxide : LCO)
3.แบตเตอรี่ลิเธี่ยม แมงกานิส ออกไซด์ (Lithium Manganese Oxide : LMO)
4.แบตเตอรี่ลิเธี่ยม นิเคิล แมงกานิส โคบอลต์ ออกไซด์ (Lithium Nikel Manganese Cobalt Oxide : NMC)
5.แบตเตอรี่ลิเธี่ยม นิเคิล โคบอลต์ อลูมิเนียม ออกไซด์ (Lithium Nikel Cobalt Aluminum Oxide : NCA)
6.แบตเตอรี่ลิเธี่ยม ไททาเนต (Lithium Titanate Oxide : LTO)
ที่มา: klcbright
แบตเตอรี่โซล่าเซลล์ประเภทลิเธียมจะเป็นแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูง โดดเด่นในเรื่องของความปลอดภัยในการใช้งาน เหมาะสำหรับใช้เก็บพลังงานจากแผงโซล่าเซลล์ โดยแบตเตอรี่ลิเธียมจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
แบตเตอรี่ ลิเธียม-นิกเกิล-แมงกานีส-โคบอลต์ออกไซด์ (Lithium Nickel Manganese Cobalt Oxide - LiNiMnCoO₂ หรือ NMC)
- เป็นแบตเตอรี่โซล่าเซลล์ที่ค่าจ่ายไฟคงที่และแรง
- ระยะเวลาการชาร์จประจุไฟจนเต็มนั้นไวกว่า
- สะสมพลังงานได้มาก ความจุเยอะ
- น้ำหนักเบา
- ราคาแบตเตอรี่ชนิดนี้ก็มีราคาที่สูงกว่าชนิดอื่นเช่นกัน
การจำแนกประเภทแบตเตอรี่ NMC ตามอัตราส่วน
แบตเตอรี่ Lithium-Ion: NMC (Lithium Nickel Manganese Cobalt Oxide) โดยทั่วไป เราจะเรียกชื่อแบตเตอรี่ NMC ตามอัตราส่วนของนิกเกิล แมงกานีส และโคบอลต์ ตัวอย่างเช่น:
- NMC 111: มีอัตราส่วน Ni:Mn:Co เท่ากับ 1:1:1
- NMC 622: มีอัตราส่วน Ni:Mn:Co เท่ากับ 6:2:2
- NMC 811: มีอัตราส่วน Ni:Mn:Co เท่ากับ 8:1:1
คุณสมบัติของแบตเตอรี่ NMC แต่ละรุ่น
- NMC 111: เป็นรุ่นแรกๆ ที่มีการพัฒนา มีความเสถียรสูง แต่มีความหนาแน่นพลังงานต่ำกว่ารุ่นอื่นๆ
- NMC 622: เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน มีความสมดุลระหว่างความหนาแน่นพลังงานและความเสถียร
- NMC 811: เป็นรุ่นที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงสุด แต่มีความเสถียรน้อยกว่ารุ่นอื่นๆ และมีความเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีสูงขึ้น
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกใช้แบตเตอรี่ NMC
- ความหนาแน่นพลังงาน: หากต้องการแบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กแต่เก็บพลังงานได้มาก ควรเลือก NMC 811
- ความเสถียร: หากต้องการแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานยาวนานและปลอดภัย ควรเลือก NMC 111 หรือ NMC 622
- ต้นทุน: NMC 811 มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่ารุ่นอื่นๆ เนื่องจากใช้โคบอลต์น้อยลง
- การใช้งาน: แต่ละรุ่นจะมีการออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพา หรือระบบกักเก็บพลังงาน
แบตเตอรี่ ลิเธียม ไอออน ฟอสเฟต (Lithium Iron Phosphate หรือ LiFePO4)
- มีความปลอดภัยสูงมาก (ทนทานต่ออุณหภูมิสูงและไม่ค่อยเกิด Thermal Runaway)
- ทนต่อความร้อนที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมี
- ให้พลังงานสูงกว่า
- มีอายุการใช้งานยาวนาน (รอบการชาร์จ/คายประจุสูง) และ
- มีเสถียรภาพทางความร้อนดีเยี่ยม
- ไม่เหมาะกับการใช้งานแบบกระแสกระชากสูงๆ เช่น การสตาร์ทเครื่องยนต์
วิธีประกอบแบตเตอรี่ลิเธียม LiFePO4
เช็คแบต
*Q/A1*
Q:ผมล้างแล้วเติมน้ำกรดใหม่ใส่ลงไป ชาต 4ชม. วัดโลงได้ 12.80 แล้วถอดออก พอตอนเช้ามาดูเหลือ 8-9 โวล วัดค่าน้ำกรด 12 ครับ
A:1.ตอนคว่ำน้ำกรดเดิมออก ที่แผ่นธาตุยังมีกรดเดิมเหลืออยู่ครับ เมื่อเราเอาน้ำเปล่าใส่ลงไปเพื่อล้างตะกอนมันก็จะล้างกรดเดิมออกด้วย
2.เราใส่น้ำกรดใหม่ลงไปแต่ภายในแบตฯ จะยังคงเหลือน้ำเปล่าอยู่ กรดที่ใส่ลงไปค่าความเข้ม 1250 เมื่อผสมกับน้ำเปล่ามันจะเจือจางทำให้ค่าความเข้มลดลงเหลือแค่ 1100-1200 ชาร์จยังไงน้ำก็ไม่กลับมาเข้มครับ
3.เมื่อชาร์จแล้ววัดแรงดันตอนปลดเครื่องชาร์จได้มากกว่า 12.6V ตั้งทิ้งไว้ข้ามคืนยังไงแรงดันก็ไม่ถึง 12.6V เพราะค่าความเข้มน้ำกรดไม่ถึง 1250
แรงดันจะแปรผันตามค่าความเข้มน้ำกรดครับ
*Q/A2*
Q:ผมทำไงให้กรดเข้มครับ ผมควรชาต เคี้ยวให้กรดเข้มดีไหมครับ
A:CCA ได้มาพอที่ใช้งานต่อมั้ยครับ ถ้า CCA สูงพอก็ปรับให้เข้ม โดยดูดน้ำในแบตฯ ออกถึงแผ่นธาตุแล้วใส่กรดใหม่ลงไปทำอย่างนี้เรื่อย ๆ จนกว่ากรดจะเข้ม(ขณะชาร์จ)
*Q/A3*
Q:คัดมาลูกเท่าใหร่ครับถึงจะคุ้มกับการทำขาย
A:ไม่เกิน 1000 บาท ครับ บางลูกที่ผมคัดมาราคาจะสูงเพราะขึ้นอยู่กับสภาพ และ ปี ของแบตฯ ครับถ้าสภาพดีอายุการใช้งานน้อยผมจะให้ราคาสูง ส่วนเอามาขายต่อเป็นมือสองนั้นราคาขายสูงสุดที่ผมขายอยู่ 1,800 บาท แบตอายุไม่เกิน 1 ปี CCA ต้องเท่ากับแบตฯ ใหม่
ราคาที่ซื้อซากมา แต่ไม่ได้ซื้อราคานี้ทุกลูกนะครับขึ้นอยู่กับสภาพและถ้าเราเอามาแล้วราคาไปต่อได้เท่าไหร่ถ้าสูงเกินไปต่อคิดว่าไม่คุ้มก็ต้องปล่อยไปกับรถเก็บซากแบตฯ เข้าโรงงานหลอมตะกั่วครับ ส่วนราคาขายถ้าลูกค้าคิดว่าสูงไปก็ต้องไปเล่นแบตฯ ที่ปีลึกกว่านี้แต่จะไม่เกิน 2 ปี เทิร์นแล้วเหลือ 700฿ สภาพจะเทียบกับแบตฯ ราคา 1800฿ ไม่ได้เลย แบตเก่าต้องสังเกตุอาการ แผ่นธาตุ กายภาพ ของแบตให้ดีครับ
แบตเตอรี่ดีฟไซเคิล (deep cycle battery)
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี่
- แรงดันไฟขณะพักของแบตเตอรี่เจล 12 โวลต์
- แรงดันไฟฟ้าทำงานขั้นต่ำที่ปลอดภัย แบตเตอรี่ Deep Cycle 12V อยู่ที่ประมาณ 10.5V
- แรงดันไฟที่ชาร์จเต็ม จะอยู่ที่ประมาณ 12.8 โวลต์
- แรงดันไฟที่ชาร์จเต็ม และทำงานได้เต็มประสิทธิภาพไม่ควรต่ำกว่า 12.6 โวลต์
- แรงดันไฟฟ้ามีประจุอยู่ 50% อยู่ที่ประมาณ 12.2V
- แรงดันไฟในการชาร์จ ที่แนะนำอยู่ที่ 14.1V ถึง 14.4V
- กระแสไฟชาร์จสำหรับแบตเตอรี่เจล ควรอยู่ที่ประมาณ 20% ของอัตรา 20 ชั่วโมงของแบตเตอรี่
- ชาร์จด้วยกระแสคงที่จนกระทั่งถึงประมาณ 80% ของความจุ
แรงดันไฟฟ้าเทียบกับความลึกของการคายประจุ (DoD)
แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่แบบวงจรลึกยังเกี่ยวข้องกับความลึกของการคายประจุ (DoD) ยิ่งคายประจุลึกมาก แรงดันไฟฟ้าก็จะยิ่งต่ำลง
ตารางต่อไปนี้แสดงช่วงแรงดันไฟฟ้าโดยประมาณสำหรับความลึกการคายประจุที่แตกต่างกันสำหรับแบตเตอรี่รอบลึก 12 โวลต์:
| ความลึกของการระบาย | ช่วงแรงดันไฟฟ้า |
|---|---|
| 10% | 12.6 – 12.7 โวลต์ |
| 25% | 12.3 – 12.4 โวลต์ |
| 50% | 12.0 – 12.1 โวลต์ |
| 75% | 11.6 – 11.7 โวลต์ |
| 100% | 10.5 – 10.8 โวลต์ |
ที่มา: batteryskills.com
- แบตเตอรี่ deep cycle ชนิดน้ำ ตะกั่วกรด (Flooded type deep cycle battery)
- แบตเตอรี่ deep cycle ชนิดแห้ง (Valve Regulated Lead Acid) (VRLA)
- แบตเตอรี่ deep cycle ชนิดเจล (GEL type deep cycle battery) คือ มีน้ำกรดและนำผงซิลิก้าใส่ไปในสารละลายในแบตเตอรี่ ทำให้สารละลายกลายเป็นเจล และจะถูกปิดสนิทแน่นอยู่ภายใน อายุแบตเตอรี่ อยู่ที่ประมาณ 3-4 ปี หรือต่อการชาร์จประมาณ 1,000 รอบ ระยะเวลาการชาร์จ จะใช้แรงดันน้อย จะใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง
- แบตเตอรี่ deep cycle ชนิด AGM หรือ Absorbed Glass Mat
12V หมายความว่า แรงดัน = 12 โวล์ต
100Ah/10HR หมายความว่า การจ่ายหรือการชาร์จกระแสไฟอยู่ที่ 100 แอมป์ โดยใช้เวลา 10 ชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมงจะจ่าย หรือ การชาร์จกระแสไฟที่ 10 แอมป์ จากทั้งหมด 100%(100Ah)
25oC = อุณหภูมิที่แบตเตอรี่ทำงาน
Circle Use คืออะไร
Circle Use คือการนำแบตเตอรี่มาทำการชาร์จไฟเมื่อแบตเตอรี่หมด และเมื่อชาร์จไฟแบตเตอรี่เต็มแล้วจึงนำออกไปใช้งาน
Standby Use คืออะไร
Standby Use คือการชาร์จแบตเตอรี่แบบมีไฟเลี้ยงแบตเตอรี่ไว้ตลอดเวลาเพื่อให้แบตเตอรี่เต็มอยู่เสมอ เพื่อจะรอใช้งานเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ ไฟที่ไปเลี้ยงแบตเตอรี่ตลอดเวลานี้เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้น
ซึ่งถ้าเราสามารถนำเครื่องไฟฉุกเฉินมาใช้งานได้ทุกวันเหมือนโทรศัพท์มือถือ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ไฟฉุกเฉินก็สามารถใช้งานได้ไม่ต่างกับแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือเท่าไหร่นัก แต่ในการใช้งานจริงๆมันไม่สามารถทำอย่างนั้นได้
Cr.SUNNY
โดยปกติแบตเตอรี่รถยนต์ 12V และแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ 12V โหมดการชาร์จ ทั้ง
- Float charge (stand-by use) คือการชาร์จที่แรงดัน 13.6-13.8V
- Equal charge (cycle use) คือการชาร์จที่แรงดัน 14.2-14.9V
เราจะชาร์จที่ 10 % ของความจุแบตเตอรี่(Ah)
แรงดันแต่ละช่อง 2.1v รวม 12.6v
วิธีคิดคำนวณการใช้งาน และ การชาร์จแบตเตอร์รี่ (ไม่ให้เสื่อมไว)
คำนวณหา โวล์ชาจ์ ที่เหมาะสม, หา DOD
คำนวณหา โวล์ชาจ์ ที่เหมาะสม, หา DOD
การฟื้นฟูแบตเตอรี่ชนิด Gel
- เปิดจุกยาง ดูแผ่นธาตุ ต้องไม่ยุ่ย, ไม่กระจุย, ไม่บวม สามารถฟื้นฟูได้
- เติมน้ำกลั่น(ไม่ใช้น้ำกรด)ในครั้งแรก แค่ท่วมแผ่นธาตุ ไม่เกิน 20 cc ห้ามเติมจนล้น จะทำให้อัตราส่วนค่าอิเล็กโทรไลต์เสียไป ทิ้งไว้ 24 ชม. ยังไม่ต้องชาจ์ เพื่อให้น้ำผสมผสานและซึมเข้าเจล **ห้ามเติมน้ำแล้วชาจ์เลย จะทำให้ช็อตแผ่นธาตุพัง ถ้าการตอบสนองยังไม่ดีขึ้นค่อยเติมเพิ่มอีก 20 cc
- ปิดจุกยาง
- ชาจ์ที่แรงดันต่ำประมาณ 13-13.5v และแอมป์น้อยๆ ประมาณ 2-3A, 5A ห้ามเกิน ชาจ์นาน 24 ชั่วโมง
- ตรวจเช็คความร้อนแบตฯ ทุก 3-4 ชั่วโมง อย่าให้แบตร้อนมาก ถ้าร้อนให้ลดกระแสลง
- ตรวจสอบค่า CCA, Volt, โอม หากค่ายังไม่อยู่ในเกนที่ดี ให้ชาจ์อีกครั้งนึง เสร็จแล้วตรวจสอบค่า ถ้ายังไม่ดีขึ้น ให้ใช้เครื่องดึงโหลดกระแสออก แล้วชาจ์อีกรอบนึง เสร็จแล้วตรวจเชคค่า
- แรงดันโวล์ต่ำใกล้ๆ 10v
- แรงดันปกติ หรือสูงกว่าปกติเล็กน้อย แต่พอรับโหลดแล้วแรงดันตกต่ำกว่า 10v มาก
- ค่า CCA ต่ำมาก (เซล์ในช่องขาด)
- บวม
- แรงดันไม่มีเลย
- ไม่ได้ใช้ ทิ้งไว้นานเกิน 3 ปี และไม่มีการชาจ์เข้าหรือฟื้นฟูเลย *ถ้าเลือกซื้อแบตมือสอง ต้องไม่เกิน 3 ปี*
- ค่าต้านทาน โอม์สูงเกิน 13 -15
- ไม่เดือดบางช่อง และค่าโอม์สูง (แผ่นธาตุเสียผุขาด) *ฟื้นฟูไม่ได้แล้ว(เสีย)*
ค่า IR (Internal Resistance)
- แบตเตอรี่ใหม่ ควรมีค่าความต้านทาน 2-3 ไม่เกิน 4 มิลลิโอห์ม
- แบตเตอรี่เก่า, มือสอง ควรมีค่าความต้านทาน 4-5 ไม่เกิน 6 มิลลิโอห์ม เกินกว่านี้ไม่น่าใช้แล้ว
- ค่า 2 ถือว่าดี, ค่า 4 ถือว่าไม่ค่อยดี
- ค่าโอห์มมาก จะทำให้ค่า CCA มีค่าน้อย
การฟื้นฟูแบตเตอรี่ชนิดน้ำ
Q: สงสัยครับพี่ ทำไมปรับกรด เอาน้ำกลั่นมาใส่ ความเข้าใจผมคิดว่ามันน่าจะทำให้จืดเพิ่มขึ้น แต่พี่ทำให้มันเข้มเพิ่มขึ้นได้เพราะอะไรครับ
A: ปรับกรดมี 2 แบบ
1. ปรับให้เข้ม
2. ปรับให้จืด
ถ้าเราพิจารณาดูแล้วว่าถ้าเราชาร์จต่อไปเรื่อยๆ แล้วเราปรับจืดมันจะเข้มขึ้นอีกค่าความต้านทานก็จะลดลง CCA ก็จะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าปรับจืดแล้วกรดไม่กลับมาเข้ม เราก็จะทำการปรับเข้ม
ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแบตฯ ไม่ใช่จะทำแบบนี้แล้วค่าต่างๆ จะดีขึ้นทุกลูกครับ
แบตน้ำ 12V จำนวนแอมป์ที่ใช้ฟื้นฟู จะใช้แอมป์ที่ 20% ของ Amp แบตฯ ห้ามเกินนี้ (ถ้าเกินจะเกิดความร้อนสูง) *ถ้าชาจ์ไปซัก 30 นาที แล้วปิดเครื่อง แรงดันตกต่ำกว่า 10.5 แสดงว่าเซลขาด *เสียแล้ว*
*ข้อควรระวัง ถ้าชาจ์แบตร้อนมากๆ และอากาศร้อนๆ จะมีไอออกมาสามารถติดไฟได้ ระวังระเบิด
** แบตฯ จะดีหรือไม่ดี ให้ดูที่ 2 ค่านี้ CCA กับ โอม
***โอม ค่าโอมที่ต่ำ สามารถจ่ายไฟได้มากและดี , โอมที่สูงทำให้จ่ายไฟได้น้อย(ไม่ดี)
****ซีซี เครื่องยนต์ x 0.13 = ค่า CCA ที่เครื่องยนต์ต้องการใช้สตาท์เครื่อง
*เลือกแบตฯ ไม่ได้เลือกที่ยี่ห้อ เลือกที่ค่า CCA
ค่า CCA (Cold Cranking Amps)
เป็นค่าที่ใช้ระบุความสามารถในการจ่ายกระแสไฟฟ้าสูงๆ ในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ในสภาพอากาศหนาวเย็น ซึ่งเป็นค่าที่สำคัญสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ทั่วไป
แต่สำหรับแบตเตอรี่ Deep Cycle Gel ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าคงที่ในระยะเวลานานๆ เช่น สำหรับใช้กับระบบโซลาร์เซลล์ หรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นเวลานานนั้น ค่า CCA อาจจะไม่ใช่ตัวชี้วัดหลักที่สำคัญนัก ค่า CCA มาจากโรงงาน BATT Deep Gel 12V จะอยู่ที่ 835 ขณะยังไม่ได้ชาจ์
สรุป
- แบตเตอรี่ Deep Cycle Gel ไม่เน้นค่า CCA: เนื่องจากการใช้งานไม่ใช่การสตาร์ทเครื่องยนต์ แต่เป็นการจ่ายกระแสไฟฟ้าคงที่ ในงานโซลาร์เซลล์ไม่จำเป็นต้องใช้ค่า CCA จำเป็นต้องใช้โวลล์ตั้งแต่ 10.5V ขึ้นไป
- สิ่งที่สำคัญคือ ความจุ, อัตราการคายประจุ และรอบการใช้งาน: ซึ่งจะขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของอุปกรณ์ที่ใช้
วิธีเช็คแบตเตอรี่
- ถ้าชาจ์ไปซัก 30 นาที แล้วปิดเครื่อง แรงดันตกต่ำกว่า 10.5 แสดงว่าเซลขาด *เสียแล้ว* หรือชาจ์เต็มแล้ว ทิ้งไว้ 30 นาที วัดโวล์ได้ต่ำกว่า 10.5 แสดงว่าเสียแล้ว
- วัดโวล์ได้ต่ำกว่า 10.5 แล้วนำไปชาจ์ จะชาจ์ไม่เข้า หรือขึ้นว่า Full
อันดับแบตเตอรี่ที่ประจุไฟได้เร็ว (โดยประมาณ)
- แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิด NMC (Nickel Manganese Cobalt Oxide)
เป็นชนิดที่นิยมใช้ในสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพา มีความสมดุลระหว่างความหนาแน่นพลังงานและความเร็วในการชาร์จ - แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิด NCA (Nickel Cobalt Aluminum Oxide)
มีความหนาแน่นพลังงานสูง แต่มีความเสี่ยงต่อการเกิดความร้อนสูงระหว่างการชาร์จ - แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิด LFP (Lithium Iron Phosphate)
มีความปลอดภัยสูง อายุการใช้งานยาวนาน แต่มีความหนาแน่นพลังงานต่ำกว่าชนิดอื่นๆ - แบตเตอรี่โซลิดสเตต
เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังพัฒนา มีความปลอดภัยสูงและมีความหนาแน่นพลังงานสูง แต่ยังมีราคาแพงและยังไม่แพร่หลาย
วิธีใช้แบตเตอรี่ต่างชนิดร่วมกัน
- นำมาขนานกันได้ ต้อง Volt เท่ากัน
- Amp ไม่เท่ากันก็ได้ และ
- ใช้ไดโอด 5 ขา
- ควรแยกชาจ์
- การดึงไฟไปใช้จะดึงจากแบตที่มีโวล์สูงสุดไปใช้ก่อน และดึงแบตอื่นเมื่อโวล์ตกลงมาเท่ากัน





Comments
Post a Comment