แบตเตอรี่ สำหรับโซล่าเซลล์

แบตเตอรี่สำหรับระบบโซล่าเซลล์

แบตเตอรี่โซล่าเซลล์ที่นิยมใช้งานมีอยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่:


1. แบตเตอรี่ลิเธียม (Lithium Battery)

  • เป็นแบตเตอรี่ชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง จ่ายไฟแรง และเสถียร
  • มีอายุการใช้งานยาวนาน 5-10 ปี
  • ทนความร้อนได้ดี ชาร์จไฟเร็วเต็มไว
  • น้ำหนักเบา ดูแลรักษาง่าย
  • ราคาค่อนข้างสูง


2. แบตเตอรี่ดีฟไซเคิล (Deep Cycle Battery)

  • แบตเตอรี่ชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับระบบโซล่าเซลล์โดยเฉพาะ
  • มี 2 ประเภท : แบบน้ำ (Flooded) และแบบแห้ง (Maintenance Free)
  • จ่ายกระแสไฟสูง ทนทาน ใช้งานได้นาน 3-5 ปี
  • ราคาถูกกว่าแบตเตอรี่ลิเธียม

ประเภทของแบตเตอรี่ Deep Cycle

  • แบบน้ำ (Flooded):
    • ราคาถูกที่สุด
    • ต้องเติมน้ำกลั่นเป็นประจำ
    • ดูแลรักษายาก
    • เหมาะกับพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก

  • แบบแห้ง (Maintenance Free):
    • ราคาแพงกว่าแบบน้ำ
    • ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น
    • ดูแลรักษาง่าย
    • ใช้งานได้หลากหลาย



การเลือกแบตเตอรี่โซล่าเซลล์

  • ขึ้นอยู่กับขนาดระบบ โหลดไฟฟ้า งบประมาณ และความต้องการใช้งาน
  • แบตเตอรี่ลิเธียมเหมาะกับระบบขนาดเล็ก ต้องการความสะดวก ใช้งานระยะยาว
  • แบตเตอรี่ Deep Cycle เหมาะกับระบบขนาดใหญ่ ต้องการประหยัดงบ



แบตเตอรี่ลิเธียม (Lithium Battery)

ชนิดของแบตเตอรี่ลิเธี่ยมมี 6 ชนิดหลักๆ ได้แก่

1.แบตเตอรี่ลิเธี่ยม ไอออน ฟอสเฟต (Lithium Ion Phosphate : LFP)

2.แบตเตอรี่ลิเธี่ยม โคบอลต์ ออกไซด์ (Lithium Cobalt Oxide : LCO)

3.แบตเตอรี่ลิเธี่ยม แมงกานิส ออกไซด์ (Lithium Manganese Oxide : LMO)

4.แบตเตอรี่ลิเธี่ยม นิเคิล แมงกานิส โคบอลต์ ออกไซด์ (Lithium Nikel Manganese Cobalt Oxide : NMC)

5.แบตเตอรี่ลิเธี่ยม นิเคิล โคบอลต์ อลูมิเนียม ออกไซด์ (Lithium Nikel Cobalt Aluminum Oxide : NCA)

6.แบตเตอรี่ลิเธี่ยม ไททาเนต (Lithium Titanate Oxide : LTO)

ที่มา: klcbright


แบตเตอรี่โซล่าเซลล์ประเภทลิเธียมจะเป็นแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูง โดดเด่นในเรื่องของความปลอดภัยในการใช้งาน เหมาะสำหรับใช้เก็บพลังงานจากแผงโซล่าเซลล์ โดยแบตเตอรี่ลิเธียมจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่


แบตเตอรี่ ลิเธียม-นิกเกิล-แมงกานีส-โคบอลต์ออกไซด์ (Lithium Nickel Manganese Cobalt Oxide - LiNiMnCoO₂ หรือ NMC) 

  • เป็นแบตเตอรี่โซล่าเซลล์ที่ค่าจ่ายไฟคงที่และแรง
  • ระยะเวลาการชาร์จประจุไฟจนเต็มนั้นไวกว่า
  • สะสมพลังงานได้มาก ความจุเยอะ
  • น้ำหนักเบา
  • ราคาแบตเตอรี่ชนิดนี้ก็มีราคาที่สูงกว่าชนิดอื่นเช่นกัน

การจำแนกประเภทแบตเตอรี่ NMC ตามอัตราส่วน

แบตเตอรี่ Lithium-Ion: NMC (Lithium Nickel Manganese Cobalt Oxide) โดยทั่วไป เราจะเรียกชื่อแบตเตอรี่ NMC ตามอัตราส่วนของนิกเกิล แมงกานีส และโคบอลต์ ตัวอย่างเช่น:

  • NMC 111: มีอัตราส่วน Ni:Mn:Co เท่ากับ 1:1:1
  • NMC 622: มีอัตราส่วน Ni:Mn:Co เท่ากับ 6:2:2
  • NMC 811: มีอัตราส่วน Ni:Mn:Co เท่ากับ 8:1:1

คุณสมบัติของแบตเตอรี่ NMC แต่ละรุ่น

  • NMC 111: เป็นรุ่นแรกๆ ที่มีการพัฒนา มีความเสถียรสูง แต่มีความหนาแน่นพลังงานต่ำกว่ารุ่นอื่นๆ
  • NMC 622: เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน มีความสมดุลระหว่างความหนาแน่นพลังงานและความเสถียร
  • NMC 811: เป็นรุ่นที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงสุด แต่มีความเสถียรน้อยกว่ารุ่นอื่นๆ และมีความเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีสูงขึ้น

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกใช้แบตเตอรี่ NMC

  • ความหนาแน่นพลังงาน: หากต้องการแบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กแต่เก็บพลังงานได้มาก ควรเลือก NMC 811
  • ความเสถียร: หากต้องการแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานยาวนานและปลอดภัย ควรเลือก NMC 111 หรือ NMC 622
  • ต้นทุน: NMC 811 มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่ารุ่นอื่นๆ เนื่องจากใช้โคบอลต์น้อยลง
  • การใช้งาน: แต่ละรุ่นจะมีการออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพา หรือระบบกักเก็บพลังงาน




แบตเตอรี่ ลิเธียม ไอออน ฟอสเฟต (Lithium Iron Phosphate หรือ LiFePO4)

  • มีความปลอดภัยสูงมาก (ทนทานต่ออุณหภูมิสูงและไม่ค่อยเกิด Thermal Runaway)
  • ทนต่อความร้อนที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมี
  • ให้พลังงานสูงกว่า
  • มีอายุการใช้งานยาวนาน (รอบการชาร์จ/คายประจุสูง) และ
  • มีเสถียรภาพทางความร้อนดีเยี่ยม
  • ไม่เหมาะกับการใช้งานแบบกระแสกระชากสูงๆ เช่น การสตาร์ทเครื่องยนต์





เช็คแบต




*Q/A1*

Q:ผมล้างแล้วเติมน้ำกรดใหม่ใส่ลงไป ชาต 4ชม. วัดโลงได้ 12.80 แล้วถอดออก พอตอนเช้ามาดูเหลือ 8-9 โวล วัดค่าน้ำกรด 12 ครับ

A:1.ตอนคว่ำน้ำกรดเดิมออก ที่แผ่นธาตุยังมีกรดเดิมเหลืออยู่ครับ เมื่อเราเอาน้ำเปล่าใส่ลงไปเพื่อล้างตะกอนมันก็จะล้างกรดเดิมออกด้วย

2.เราใส่น้ำกรดใหม่ลงไปแต่ภายในแบตฯ จะยังคงเหลือน้ำเปล่าอยู่ กรดที่ใส่ลงไปค่าความเข้ม 1250 เมื่อผสมกับน้ำเปล่ามันจะเจือจางทำให้ค่าความเข้มลดลงเหลือแค่ 1100-1200 ชาร์จยังไงน้ำก็ไม่กลับมาเข้มครับ

3.เมื่อชาร์จแล้ววัดแรงดันตอนปลดเครื่องชาร์จได้มากกว่า 12.6V ตั้งทิ้งไว้ข้ามคืนยังไงแรงดันก็ไม่ถึง 12.6V เพราะค่าความเข้มน้ำกรดไม่ถึง 1250 

แรงดันจะแปรผันตามค่าความเข้มน้ำกรดครับ


*Q/A2*

Q:ผมทำไงให้กรดเข้มครับ ผมควรชาต เคี้ยวให้กรดเข้มดีไหมครับ

A:CCA ได้มาพอที่ใช้งานต่อมั้ยครับ ถ้า CCA สูงพอก็ปรับให้เข้ม โดยดูดน้ำในแบตฯ ออกถึงแผ่นธาตุแล้วใส่กรดใหม่ลงไปทำอย่างนี้เรื่อย ๆ จนกว่ากรดจะเข้ม(ขณะชาร์จ)


*Q/A3*

Q:คัดมาลูกเท่าใหร่ครับถึงจะคุ้มกับการทำขาย

A:ไม่เกิน 1000 บาท ครับ บางลูกที่ผมคัดมาราคาจะสูงเพราะขึ้นอยู่กับสภาพ และ ปี ของแบตฯ ครับถ้าสภาพดีอายุการใช้งานน้อยผมจะให้ราคาสูง  ส่วนเอามาขายต่อเป็นมือสองนั้นราคาขายสูงสุดที่ผมขายอยู่ 1,800 บาท แบตอายุไม่เกิน 1 ปี CCA ต้องเท่ากับแบตฯ ใหม่

ราคาที่ซื้อซากมา แต่ไม่ได้ซื้อราคานี้ทุกลูกนะครับขึ้นอยู่กับสภาพและถ้าเราเอามาแล้วราคาไปต่อได้เท่าไหร่ถ้าสูงเกินไปต่อคิดว่าไม่คุ้มก็ต้องปล่อยไปกับรถเก็บซากแบตฯ เข้าโรงงานหลอมตะกั่วครับ ส่วนราคาขายถ้าลูกค้าคิดว่าสูงไปก็ต้องไปเล่นแบตฯ ที่ปีลึกกว่านี้แต่จะไม่เกิน 2 ปี เทิร์นแล้วเหลือ 700฿ สภาพจะเทียบกับแบตฯ ราคา 1800฿ ไม่ได้เลย  แบตเก่าต้องสังเกตุอาการ แผ่นธาตุ กายภาพ ของแบตให้ดีครับ 




แบตเตอรี่ดีฟไซเคิล (deep cycle battery)



ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี่


  • แรงดันไฟขณะพักของแบตเตอรี่เจล 12 โวลต์ 
  • แรงดันไฟฟ้าทำงานขั้นต่ำที่ปลอดภัย แบตเตอรี่ Deep Cycle 12V อยู่ที่ประมาณ 10.5V
  • แรงดันไฟที่ชาร์จเต็ม จะอยู่ที่ประมาณ 12.8 โวลต์
  • แรงดันไฟที่ชาร์จเต็ม  และทำงานได้เต็มประสิทธิภาพไม่ควรต่ำกว่า 12.6 โวลต์
  • แรงดันไฟฟ้ามีประจุอยู่ 50% อยู่ที่ประมาณ 12.2V
  • แรงดันไฟในการชาร์จ ที่แนะนำอยู่ที่ 14.1V ถึง 14.4V

  • กระแสไฟชาร์จสำหรับแบตเตอรี่เจล ควรอยู่ที่ประมาณ 20% ของอัตรา 20 ชั่วโมงของแบตเตอรี่
  • ชาร์จด้วยกระแสคงที่จนกระทั่งถึงประมาณ 80% ของความจุ


แรงดันไฟฟ้าเทียบกับความลึกของการคายประจุ (DoD)

แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่แบบวงจรลึกยังเกี่ยวข้องกับความลึกของการคายประจุ (DoD) ยิ่งคายประจุลึกมาก แรงดันไฟฟ้าก็จะยิ่งต่ำลง

ตารางต่อไปนี้แสดงช่วงแรงดันไฟฟ้าโดยประมาณสำหรับความลึกการคายประจุที่แตกต่างกันสำหรับแบตเตอรี่รอบลึก 12 โวลต์:

ความลึกของการระบายช่วงแรงดันไฟฟ้า
10%12.6 – 12.7 โวลต์
25%12.3 – 12.4 โวลต์
50%12.0 – 12.1 โวลต์
75%11.6 – 11.7 โวลต์
100%10.5 – 10.8 โวลต์

ที่มา: batteryskills.com



สามารถที่จะคายประจุได้ถึง 45%-75% ของพลังงานที่เก็บสะสมอยู่ แบตเตอรี่ deep cycle มี 2 ชนิด คือ

  1. แบตเตอรี่ deep cycle ชนิดน้ำ ตะกั่วกรด (Flooded type deep cycle battery)
  2. แบตเตอรี่ deep cycle ชนิดแห้ง   (Valve Regulated Lead Acid) (VRLA)

แบตเตอรี่ deep cycle ชนิดแห้ง ที่มีโครงสร้างเป็นระบบปิด ไม่ต้องการการบำรุงรักษา  แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 
  • แบตเตอรี่ deep cycle ชนิดเจล (GEL type deep cycle battery) คือ มีน้ำกรดและนำผงซิลิก้าใส่ไปในสารละลายในแบตเตอรี่ ทำให้สารละลายกลายเป็นเจล และจะถูกปิดสนิทแน่นอยู่ภายใน อายุแบตเตอรี่  อยู่ที่ประมาณ 3-4 ปี หรือต่อการชาร์จประมาณ 1,000 รอบ  ระยะเวลาการชาร์จ จะใช้แรงดันน้อย  จะใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง
  • แบตเตอรี่ deep cycle ชนิด AGM หรือ Absorbed Glass Mat


battery deep cycle ความเข้มกรด 1.280

รอบชาร์จแบตเตอรี่ คือ 

ระยะเวลาการชาร์จ

https://ugocorp.com/blog/compare-lead-acid-mf-lithium-battery/


บทความคัดลอกมา
ต้องเติมก่อนที่มันจะเสียมันเป็นแบตเตอรีตะกั่ว-กรดแบบปิดให้น้ำกรดระเหยช้าลงแต่ก็ยังระเหยออกไปอยู่ดี  หากแผ่นธาตุเสียเพราะน้ำกรดแห้งไม่เหลือเลยแผ่นธาตุก็จะผุพังเติมน้ำกลั่นลงไปก็ไม่มีประโยชน์  แต่ถ้าเราเติมเข้าไปก่อนที่มันจะแห้งก็จะยืดอายุการใช้งานได้  หากไม่เติมจะใช้ได้นานประมาณ 2 ปีก็จะแห้งจนแผ่นธาตุภายในเสียหาย แต่ของผมเติมเข้าไป 2 ครั้งครั้งแรกตอนหมดประกันเมื่อใช้งานมาได้ปีกว่าๆ ถัดมาอีกประมาณปีครึ่งก็จะแกะออกมาเติมอีก ผมทำแบบนี้แบตเตอรี่จะใช้งานได้นาน 5 ปีทุกลูกแม้ว่าเป็นยี่ห้อถูกๆ ที่มีขายทั่วไปก็ใช้ได้นานคุ้มค่าครับ



ปรับกรดจืดเพื่อเรียกค่า CCA



วิธีสลายซัลเฟตที่หนาแข็งและเกาะแน่น




เครื่องวัดไฮโดรมิเตอร์
แถบสีแดง คือ กรดอ่อน  จะทำให้เข้ม อันดับแรกน้ำต้องมีปฏิกิริยาเคมีก่อน ถ้าน้ำไม่มีปฏิกิริยากรดจะไม่ละลาย ซัลเฟตก็ไม่ละลาย น้ำก็จะไม่เข้มทำให้แบตฯ ไม่เก็บไฟ





วิธีอ่านค่าเครื่องเทสโหลดแบตเตอรี่






แรงดัน และกระแสของแบตเตอรี่ Deep Cycle Battery ดูตรงไหน


แบตเตอรี่ยี่ห้อ LVTOPSUN   ค่าบนแบตเตอรี่ 12V100Ah/10HR(25oC)

  12V หมายความว่า แรงดัน = 12 โวล์ต
100Ah/10HR  หมายความว่า  การจ่ายหรือการชาร์จกระแสไฟอยู่ที่ 100 แอมป์ โดยใช้เวลา 10 ชั่วโมง  หรือ 1 ชั่วโมงจะจ่าย หรือ การชาร์จกระแสไฟที่ 10 แอมป์  จากทั้งหมด 100%(100Ah)
         25oC = อุณหภูมิที่แบตเตอรี่ทำงาน










Circle Use คืออะไร
Circle Use คือการนำแบตเตอรี่มาทำการชาร์จไฟเมื่อแบตเตอรี่หมด และเมื่อชาร์จไฟแบตเตอรี่เต็มแล้วจึงนำออกไปใช้งาน

Standby Use คืออะไร
Standby Use คือการชาร์จแบตเตอรี่แบบมีไฟเลี้ยงแบตเตอรี่ไว้ตลอดเวลาเพื่อให้แบตเตอรี่เต็มอยู่เสมอ เพื่อจะรอใช้งานเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ ไฟที่ไปเลี้ยงแบตเตอรี่ตลอดเวลานี้เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้น

ซึ่งถ้าเราสามารถนำเครื่องไฟฉุกเฉินมาใช้งานได้ทุกวันเหมือนโทรศัพท์มือถือ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ไฟฉุกเฉินก็สามารถใช้งานได้ไม่ต่างกับแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือเท่าไหร่นัก แต่ในการใช้งานจริงๆมันไม่สามารถทำอย่างนั้นได้

Cr.SUNNY





โดยปกติแบตเตอรี่รถยนต์ 12V และแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ 12V โหมดการชาร์จ ทั้ง 

  • Float charge (stand-by use)   คือการชาร์จที่แรงดัน 13.6-13.8V
  • Equal charge (cycle use)       คือการชาร์จที่แรงดัน 14.2-14.9V 

เราจะชาร์จที่ 10 % ของความจุแบตเตอรี่(Ah)

แรงดันแต่ละช่อง 2.1v  รวม 12.6v









การฟื้นฟูแบตเตอรี่ชนิด Gel

  • เปิดจุกยาง ดูแผ่นธาตุ ต้องไม่ยุ่ย, ไม่กระจุย, ไม่บวม สามารถฟื้นฟูได้
  • เติมน้ำกลั่น(ไม่ใช้น้ำกรด)ในครั้งแรก  แค่ท่วมแผ่นธาตุ ไม่เกิน 20 cc ห้ามเติมจนล้น จะทำให้อัตราส่วนค่าอิเล็กโทรไลต์เสียไป   ทิ้งไว้ 24 ชม. ยังไม่ต้องชาจ์  เพื่อให้น้ำผสมผสานและซึมเข้าเจล **ห้ามเติมน้ำแล้วชาจ์เลย จะทำให้ช็อตแผ่นธาตุพัง   ถ้าการตอบสนองยังไม่ดีขึ้นค่อยเติมเพิ่มอีก 20 cc
  • ปิดจุกยาง 
  • ชาจ์ที่แรงดันต่ำประมาณ 13-13.5v  และแอมป์น้อยๆ ประมาณ 2-3A, 5A ห้ามเกิน  ชาจ์นาน 24 ชั่วโมง
  • ตรวจเช็คความร้อนแบตฯ ทุก 3-4 ชั่วโมง อย่าให้แบตร้อนมาก ถ้าร้อนให้ลดกระแสลง
  • ตรวจสอบค่า CCA, Volt, โอม  หากค่ายังไม่อยู่ในเกนที่ดี ให้ชาจ์อีกครั้งนึง เสร็จแล้วตรวจสอบค่า ถ้ายังไม่ดีขึ้น ให้ใช้เครื่องดึงโหลดกระแสออก แล้วชาจ์อีกรอบนึง เสร็จแล้วตรวจเชคค่า
*Battery Gel ไม่สามารถทำ Equalizes charge เพื่อสลายซัลเฟตได้
*ตรวจเติมน้ำกลั่นทุกๆ 6 เดือน , ดูแลขั้วแบตฯ ไม่ให้มีขึ้เกลือ, ตรวจความบวมของแบตฯ
*ค่าความถ่วงจำเพาะ 1260
*ค่าความถ่วงจำเพาะ 1250 โวล์จะยืนดีมาก
*ถ้ากรดเข้ม โวล์สูง CCA จะตก
*ถ้ากรดจืด โวล์อ่อน CCA จะเพิ่ม
*ปกติแต่ละช่องมีแรงดัน 2.1v รวมทุกช่อง 12.6v 

อาการแบตฯ เสีย (ฟื้นฟูแล้วไม่ผ่าน)
  • แรงดันโวล์ต่ำใกล้ๆ 10v
  • แรงดันปกติ หรือสูงกว่าปกติเล็กน้อย แต่พอรับโหลดแล้วแรงดันตกต่ำกว่า 10v มาก
  • ค่า CCA ต่ำมาก (เซล์ในช่องขาด)
  • บวม
  • แรงดันไม่มีเลย
  • ไม่ได้ใช้ ทิ้งไว้นานเกิน 3 ปี และไม่มีการชาจ์เข้าหรือฟื้นฟูเลย *ถ้าเลือกซื้อแบตมือสอง ต้องไม่เกิน 3 ปี*
  • ค่าต้านทาน โอม์สูงเกิน 13 -15
  • ไม่เดือดบางช่อง และค่าโอม์สูง (แผ่นธาตุเสียผุขาด) *ฟื้นฟูไม่ได้แล้ว(เสีย)*

วิธีแก้เซลตัน ยิงเซล













ฟื้นฟูแบตฯ น้ำ Deep Cycle และวิธีปรับกรด





ค่า
 IR (Internal Resistance)
  คือ ความต้านทาน  โอห์ม (Ω) 
  • แบตเตอรี่ใหม่ ควรมีค่าความต้านทาน 2-3   ไม่เกิน 4 มิลลิโอห์ม 
  • แบตเตอรี่เก่า, มือสอง ควรมีค่าความต้านทาน 4-5   ไม่เกิน 6 มิลลิโอห์ม เกินกว่านี้ไม่น่าใช้แล้ว
  • ค่า 2 ถือว่าดี, ค่า 4 ถือว่าไม่ค่อยดี  
  • ค่าโอห์มมาก จะทำให้ค่า CCA มีค่าน้อย
ค่า SOH (State of Health)
 คือ ค่าความสามารถในการเก็บไฟฟ้าของแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ใหม่จะมีค่า เท่ากับ 100% (ตามทฤษฎี) หากค่า SOH ลดลงเหลือ 70 - 80% จะถือว่าแบตเตอรี่เริ่มมีอาการเสื่อม และหากค่า SOH ต่ำกว่า 50% ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่โดยเร็วที่สุด

ค่า SOC (State of Charge)
 คือ ค่าที่ใช้วัดสถานะการชาร์จของแบตเตอรี่ ถ้ามีค่าเท่ากับ 100% หมายความว่า แบตเตอรี่เต็ม พร้อมใช้งาน แต่ถ้ามีค่าเท่ากับ 0% จะหมายถึง ไม่มีไฟฟ้าอยู่เลย ตามปกติแล้วแบตเตอรี่รถยนต์ควรจะใช้งานให้แบตเตอรี่เต็มอยู่ตลอด กล่าวคือ มีค่า SOH 100% เพื่อให้ใช้งานแบตเตอรี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเพื่อให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
โวล์เต็ม มาตราฐาน คือ 12.7 (100%) , 12.6 (90%)  ทำงานเต็มประสิทธิภาพ






การฟื้นฟูแบตเตอรี่ชนิดน้ำ

Q:  สงสัยครับพี่ ทำไมปรับกรด เอาน้ำกลั่นมาใส่ ความเข้าใจผมคิดว่ามันน่าจะทำให้จืดเพิ่มขึ้น แต่พี่ทำให้มันเข้มเพิ่มขึ้นได้เพราะอะไรครับ

A:  ปรับกรดมี 2 แบบ

1. ปรับให้เข้ม

2. ปรับให้จืด

ถ้าเราพิจารณาดูแล้วว่าถ้าเราชาร์จต่อไปเรื่อยๆ แล้วเราปรับจืดมันจะเข้มขึ้นอีกค่าความต้านทานก็จะลดลง CCA ก็จะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าปรับจืดแล้วกรดไม่กลับมาเข้ม เราก็จะทำการปรับเข้ม

ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแบตฯ ไม่ใช่จะทำแบบนี้แล้วค่าต่างๆ จะดีขึ้นทุกลูกครับ


แบตน้ำ  12V จำนวนแอมป์ที่ใช้ฟื้นฟู จะใช้แอมป์ที่ 20% ของ Amp แบตฯ ห้ามเกินนี้ (ถ้าเกินจะเกิดความร้อนสูง)  *ถ้าชาจ์ไปซัก 30 นาที แล้วปิดเครื่อง แรงดันตกต่ำกว่า 10.5 แสดงว่าเซลขาด *เสียแล้ว*

*ข้อควรระวัง ถ้าชาจ์แบตร้อนมากๆ และอากาศร้อนๆ จะมีไอออกมาสามารถติดไฟได้ ระวังระเบิด

** แบตฯ จะดีหรือไม่ดี ให้ดูที่ 2 ค่านี้   CCA กับ โอม

***โอม  ค่าโอมที่ต่ำ สามารถจ่ายไฟได้มากและดี ,  โอมที่สูงทำให้จ่ายไฟได้น้อย(ไม่ดี)

****ซีซี เครื่องยนต์ x 0.13   = ค่า CCA ที่เครื่องยนต์ต้องการใช้สตาท์เครื่อง



*เลือกแบตฯ ไม่ได้เลือกที่ยี่ห้อ เลือกที่ค่า CCA







ค่า CCA (Cold Cranking Amps)

เป็นค่าที่ใช้ระบุความสามารถในการจ่ายกระแสไฟฟ้าสูงๆ ในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ในสภาพอากาศหนาวเย็น ซึ่งเป็นค่าที่สำคัญสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ทั่วไป

แต่สำหรับแบตเตอรี่ Deep Cycle Gel ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าคงที่ในระยะเวลานานๆ เช่น สำหรับใช้กับระบบโซลาร์เซลล์ หรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นเวลานานนั้น ค่า CCA อาจจะไม่ใช่ตัวชี้วัดหลักที่สำคัญนัก   ค่า CCA มาจากโรงงาน BATT Deep Gel 12V จะอยู่ที่ 835 ขณะยังไม่ได้ชาจ์

สรุป

  • แบตเตอรี่ Deep Cycle Gel ไม่เน้นค่า CCA: เนื่องจากการใช้งานไม่ใช่การสตาร์ทเครื่องยนต์ แต่เป็นการจ่ายกระแสไฟฟ้าคงที่  ในงานโซลาร์เซลล์ไม่จำเป็นต้องใช้ค่า CCA  จำเป็นต้องใช้โวลล์ตั้งแต่ 10.5V ขึ้นไป
  • สิ่งที่สำคัญคือ ความจุ, อัตราการคายประจุ และรอบการใช้งาน: ซึ่งจะขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของอุปกรณ์ที่ใช้



วิธีเช็คแบตเตอรี่

  • ถ้าชาจ์ไปซัก 30 นาที แล้วปิดเครื่อง แรงดันตกต่ำกว่า 10.5 แสดงว่าเซลขาด *เสียแล้ว* หรือชาจ์เต็มแล้ว ทิ้งไว้ 30 นาที วัดโวล์ได้ต่ำกว่า 10.5 แสดงว่าเสียแล้ว
  • วัดโวล์ได้ต่ำกว่า 10.5 แล้วนำไปชาจ์ จะชาจ์ไม่เข้า หรือขึ้นว่า Full



อันดับแบตเตอรี่ที่ประจุไฟได้เร็ว (โดยประมาณ)

  1. แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิด NMC (Nickel Manganese Cobalt Oxide)
    เป็นชนิดที่นิยมใช้ในสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพา มีความสมดุลระหว่างความหนาแน่นพลังงานและความเร็วในการชาร์จ
  2. แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิด NCA (Nickel Cobalt Aluminum Oxide)
    มีความหนาแน่นพลังงานสูง แต่มีความเสี่ยงต่อการเกิดความร้อนสูงระหว่างการชาร์จ
  3. แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิด LFP (Lithium Iron Phosphate)
    มีความปลอดภัยสูง อายุการใช้งานยาวนาน แต่มีความหนาแน่นพลังงานต่ำกว่าชนิดอื่นๆ
  4. แบตเตอรี่โซลิดสเตต
    เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังพัฒนา มีความปลอดภัยสูงและมีความหนาแน่นพลังงานสูง แต่ยังมีราคาแพงและยังไม่แพร่หลาย










วิธีใช้แบตเตอรี่ต่างชนิดร่วมกัน


  • นำมาขนานกันได้ ต้อง Volt เท่ากัน
  • Amp ไม่เท่ากันก็ได้ และ
  • ใช้ไดโอด 5 ขา
  • ควรแยกชาจ์

  • การดึงไฟไปใช้จะดึงจากแบตที่มีโวล์สูงสุดไปใช้ก่อน และดึงแบตอื่นเมื่อโวล์ตกลงมาเท่ากัน

Comments

Popular posts from this blog

ตู้เมนไฟฟ้า MDB (Main Distribution Board)

อินเวอร์เตอร์